5 ทักษะด้าน Artificial Intelligence (AI) ที่กำลังเป็นที่ต้องการมากที่สุด

ในแต่ละวันมีการใช้งานเทคโนโลยีมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้วิธีการต้องการก้าวหน้าตาม เพื่อให้ตอบรับกับความต้องการได้ ปัจจุบัน เราได้ก้าวมาถึงจุดที่ช่องทางดิจิตอลต่างๆ กลายมาเป็นบรรทัดฐาน เป็นมันสมองที่มีความนึกคิดและกำลังที่จำเป็น ปกติแล้ว artificial interlligence (ปัญญาประดิษฐ์) คือการสังเกตสภาพแวดล้อม และดำเนินการในสิ่งที่เป็นโอกาสสูงสุด ให้เกิดความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้

เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ AI (เอไอ) มีศักยภาพในการสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ ต่อวิธีตอบสนองต่อโลกดิจิตอล รวมถึงอนาคตใกล้ และดูเหมือนว่าผลกระทบจากมันจะยังไม่หมดเพียงเท่านี้ หนึ่งในตัวอย่างที่ใช้เทคนิคการทำงานเสมือนมนุษย์ในแบบอัตโนมัติ ก็คือ การใช้หุ่นยนต์ทำงาน หรือที่เรียกว่า Robotic Process Automation (RPA) ดังนั้น มั่นใจได้เลยว่า เอไอจะเป็นสาขาที่มีอนาคตในการเติบโตที่วางใจได้แน่นอน

ก่อนที่เราจะไปดูกันว่าทักษะบางประการที่เราควรปรับตัวเข้าหา เพื่อความอยู่รอดในแวดวงเอไอมีอะไรบ้าง เราลองมาดูตำแหน่งงาน AI developer กัน

1. ทักษะด้านการเรียนรู้ของเครื่องจักร (Machine learning)

การเรียนรู้ของเครื่องจักร เป็นส่วนย่อยในสาขาเอไอ ที่ช่วยระบบสามารถเรียนรู้และพัฒนาจากกรณีในอดีตได้อย่างอัตโนมัติ โดยไม่ต้องมีการป้อนโปรแกรมที่ชัดเจน อัลกอริธึ่มเหล่านี้เน้นไปที่การพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ที่สามารถเข้าถึงข้อมูลและใช้ในการเรียนรู้ตัวเองได้ อัลกอริธึ่มการเรียนรู้ของเครื่องจักรนั้น ใช้ศาสตร์ของวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์และสถิติ ทำนายผลลัพธ์ที่เป็นเหตุเป็นผล โดยการเรียนรู้ของเครื่องจักรนั้นแบ่งออกเป็น 3 สาขาหลัก ประกอบด้วย

  • การเรียนรู้แบบมีผู้สอน (Supervised Learning): การเรียนรู้แบบมีผู้สอน จะป้อนชุดข้อมูลที่ได้รับการฝึกฝนเข้าไปในระบบ โดยอัลกอริธึ่มจะเป็นผู้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลและผลิตฟังก์ชั่นอนุมาน วิธีแก้ปัญหาที่ถูกต้องที่เกิดขึ้นมานี้ สามารถใช้เพื่อกำหนดรูปแบบใหม่ๆ ได้อีกด้วย
  • การเรียนรู้แบบไม่มีผู้สอน (Unsupervised Learning): ชุดข้อมูลที่ถูกป้อนเข้าสู่ระบบจะเป็นกลุ่มที่ไม่เข้าพวก เป้าหมายของการเรียนรู้ประเภทนี้ คือ ให้เครื่องจักรยนต์เกิดการเรียนรู้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องถูกควบคุมดูแล ซึ่งอัลกอริธึ่มเหล่านี้ก็จะยากกว่ามาก เพราะไม่มีวิธีแก้ปัญหาที่ถูกต้องแน่ชัด อัลกอริธึ่มจะเป็นผู้ค้นหารูปแบบที่หลากหลายในข้อมูลนั้นด้วยตัวเอง
  • การเรียนรู้แบบเสริมกำลัง (Reinforcement Learning): การเรียนรู้แบบเสริมกำลัง เป็นอัลกอริธึ่มในการเรียนรู้ของเครื่องจักรประเภทหนึ่ง ที่จะช่วยซอฟต์แวร์ของเอเจ้นท์และเครื่องจักรกำหนดพฤติกรรมในอุดมคติสำหรับบริบทเฉพาะได้อย่างอัตโนมัติ 

ประโยชน์ของการเรียนรู้เครื่องจักรสำหรับ AI:

  • วิเคราะห์การทำนายและการดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว
  • บริโภคข้อมูลได้มหาศาลโดยไม่จำกัดแหล่ง
  • วิเคราะห์ด้านการเงิน
  • ช่วยตรวจจับการบุกรุกทางเน็ตเวิร์ก

การใช้งานด้านการเรียนรู้ของเครื่องจักร:

  • การเรียนรู้ของเครื่องจักร เป็นหนึ่งในแง่มุมสำคัญสำหรับการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์
  • ใช้ตรวจจับการหลอกลวงบนออนไลน์
  • ใช้กับการวินิจฉัยทางการแพทย์

2. ทักษะด้านภาษาไพธอน (Python) 

ภาษาไพธอน คือภาษาที่ใช้ในการเขียนโปรแกรม ที่อ้างอิงการเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุ ไพธอนเป็นภาษาในการเขียนโปรแกรมที่มีประโยชน์และแข็งแกร่ง โดยเน้นไปที่การพัฒนาแบบ RAD (Rapid Application Development) คลังที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดของมัน ทำให้ภาษาไพธอนกลายเป็นตัวเลือกในอุดมคติ สำหรับนักพัฒนาที่ต้องการทำงานในโปรเจคท์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโปรเจคท์เกี่ยวกับแอพพลิเคชั่นมือถือ แอพพลิเคชั่นบนเว็บไซต์ หรือแม้แต่เอไอก็ตาม ภาษาไพธอนนั้นมีคีย์เวิร์ดอยู่ไม่กี่คำ มีโครงสร้างเรียบง่าย และมีรูปแบบเชิงภาษาที่ชัดเจน โค้ดของภาษาไพธอนจะถูกกำหนดไว้อย่างชัดเจน ดูแลรักษาง่าย อีกทั้งยังประยุกต์เข้ากับภาษาในการเขียนโปรแกรมอื่นๆ อาทิ ภาษา C, C++, และ Java ได้อย่างง่ายดายอีกด้วย นอกจากนี้ ภาษาไพธอนยังรองรับการรวบรวมและกำจัดขยะแบบอัตโนมัติ สามารถทำงานได้บนแพลตฟอร์มของฮาร์ดแวร์ที่หลากหลาย โดยทุกแพลตฟอร์มยังมีหน้าตาเหมือนกันด้วย

ประโยชน์ของภาษาไพธอน ที่ทำให้มันกลายเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าในแง่ของเอไอ:

  • คลังที่ถูกสร้างไว้ล่วงหน้า
  • ไม่ต้องเขียนโค้ดมาก
  • ไม่ขึ้นอยู่กับแพลตฟอร์มใด
  • มีความยืดหยุ่น

การใช้งานของภาษาไพธอน:

  • รักษาความปลอดภัย
  • ทำการจำแนกประเภทแบบฮิวริสติก
  • ใช้ในการทำนาย

3. ทักษะด้านภาษาจาวา (Java)

ถูกออกแบบมาโดยเฉพาะ ให้เกิดพึ่งพาในการใช้งานน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ จาวาเป็นภาษาที่ใช้งานได้บนหลากหลายแพลตฟอร์ม และถือเป็นหนึ่งในภาษาโปรแกรมที่นิยมใช้กันมากที่สุด ภาษาจาวาต่อยอดมาจากส่วนสำคัญของโครงสร้างทางภาษา ของภาษา C และ C++ นอกจากนี้ มันยังเป็นภาษาที่แก้ไขจุดบกพร่องได้ง่ายๆ อีกด้วย

ภาษาจาวา เป็นภาษาที่รวดเร็ว ทรงพลัง และปลอดภัย สามารถเคลื่อนย้ายได้เพราะมีความเป็นกลาง และไม่มีการใช้งานที่เจาะจงว่าต้องพึ่งพากับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง การทำงานแบบมัลติเธรดในจาวา ช่วยให้เราเขียนโปรแกรมที่สามารถทำงานได้หลายสิ่งในเวลาเดียวกัน และยังช่วยกำจัดสถานการณ์ที่เกิดความผิดพลาดได้ง่าย ด้วยการให้ความสนใจไปที่การตรวจสอบความผิดพลาดที่จะเกิดขึ้นในระหว่างการแปลโปรแกรม สำหรับวิธีตรวจสอบ ก็จะอ้างอิงจากการเข้ารหัสด้วยกุญแจสาธารณะ

ประโยชน์ของภาษาจาวา:

  • ปรับสเกลได้
  • ปรับให้ใช้งานกับโปรเจคท์ขนาดใหญ่ได้ง่าย 
  • ตอบสนองกับผู้ใช้งานได้ดีกว่า
  • ทำงานได้บนหลายแพลตฟอร์ม

การใช้งานของภาษาจาวา:

  • ประมวลผลภาษามนุษย์
  • คัดกรองข้อมูล
  • แชทบ็อต

สำหรับใครที่อยากรู้ว่าภาษา Java นั้นฮอตแค่ไหน GetLinks มีคำตอบมาให้คุณ

4. ทักษะด้านวิทยาการข้อมูล (Data Science)

วิทยาการข้อมูล คือการใช้องค์ความรู้จากหลายสาขาวิชา ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติการณ์และระบบต่างๆ เพื่อต่อยอดความรู้จากข้อมูลในหลายรูปแบบ ช่วยให้ระบบ AI เจอข้อมูลที่เหมาะสมและมีความหมาย จากบรรดาข้อมูลที่มีอยู่มากมาย ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยวิทยาการข้อมูลนั้น รับบทบาทสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับข้อมูล และยังเกี่ยวข้องกับการพัฒนาอัลกอริธึ่ม การทดสอบ การปรับแต่ง รวมถึงการปรับใช้ทางเทคนิคในระบบการผลิตอีกด้วย

ประโยชน์ของวิทยาการข้อมูล:

  • ลดความเสี่ยงและการหลอกลวง
  • สร้างการตัดสินใจด้วยหลักฐานเชิงปริมาณและขับเคลื่อนด้วยข้อมูล
  • เพิ่มและพัฒนาประสิทธิภาพของการปฎิบัติการณ์

การใช้งานของวิทยาการข้อมูล:

  • ใช้กับการทำงานแบบ Robotic Process Automation (RPA)
  • แปลงเสียงพูดให้เป็นข้อความตัวอักษร
  • เทคโนโลยีผู้ช่วยเสมือน

5. ทักษะด้านภาษาอาร์ (R)

ภาษาอาร์ เป็นภาษาที่สนับสนุนรูปแบบการเขียนโปรแกรมที่หลากหลาย หรืออาจเรียกว่าเป็นภาษาแบบ dynamically-typed, ภาษา scripting, ภาษาเชิงกระบวนความ และภาษา interpreted ก็ได้เช่นกัน นอกจากนี้ยังสนับสนุนการเขียนโปรแกรมในเชิงวัตถุ แต่กลับเป็นที่รู้จักน้อยกว่าเมื่อเทียบกับภาษาไพธอน ภาษาอาร์ถูกมองว่าเป็นซอฟต์แวร์เชิงสถิติ ค่อนข้างเฉพาะทาง และเหมาะกับการทำสถิติ วิเคราะห์ข้อมูล และการแสดงข้อมูลออกมาเป็นภาพอย่างยิ่ง เนื่องจากมีเครื่องมือเชิงกราฟฟิคสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูล รวมถึงยังมีระบบจัดเก็บและจัดการข้อมูลที่มีประสิทธิภาพอีกด้วย ภาษาอาร์สามารถทำงานได้บนทุกแพลตฟอร์มและสามารถย้ายไปยังแพลตฟอร์มอื่นๆ ได้อย่างง่ายดายไร้ปัญหา นอกจากนี้ยังใช้สังเกตการณ์ประสบการณ์ของผู้ใช้งานบนโซเชียลมีเดียได้อีกด้วย

ประโยชน์ของภาษาอาร์:

  • เป็นภาษาที่ใช้ได้ฟรี มีอยู่บนซอฟต์แวร์แบบ open source
  • สามารถเชื่อมโยงกับภาษาอื่นๆ ได้
  • มีการแสดงผลภาพในระดับสูง

การใช้งานของภาษาอาร์:

  • การติดต่อสื่อสารด้วยอีเมล์
  • ประสบการณ์แบบออฟไลน์
  • โซเชียลมีเดีย
  • วิทยาศาสตร์ชีวภาพ

บทสรุป

เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) เป็นสาขาที่กำลังเติบโตอยู่ในแวดวงอุตสาหกรรมตอนนี้ ความต้องการในตำแหน่งงานด้านเอไอเพิ่มสูงขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งสวนทางกับที่หลายๆ ตำแหน่งเช่น วิศวกรด้านการเรียนรู้ของเครื่องจักร และนักวิทยาศาสตร์ด้านข้อมูล กลับมีอยู่น้อยมาก ในหมู่ตำแหน่งงานด้านเอไอที่เป็นที่ต้องการอยู่ในขณะนี้

ทักษะด้านเอไอทำให้เกิดการเรียนรู้ซ้ำและเกิดการค้นพบผ่านข้อมูลโดยอัตโนมัติ ด้วยความช่วยเหลือจากเอไอ มนุษย์จะพบกับความแม่นยำที่เหลือเชื่อผ่านโครงข่ายประสาทเทียมนี้ กระบวนการพัฒนาของโครงการด้านเอไอ จะเป็นเรื่องง่ายขึ้นด้วยทักษะต่างๆ ที่กล่าวถึงมาในข้างต้น

 

 

 

เริ่มออกแบบอาชีพของคุณตั้งแต่วันนี้เลย

อย่ามัวแต่รอให้โอกาสเข้ามาหา คุณสามารถเข้าหาโอกาสดีๆ ได้ด้วยตัวเอง! เราพร้อมช่วยเหลือในก้าวแรกบนหนทางสู่การผจญภัยในอนาคตของคุณ มาออกตามหาโอกาสทางอาชีพใหม่ๆ บนความก้าวหน้าและนวัตกรรมที่ทันสมัย ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ GetLinks ตั้งแต่วันนี้เลย!

0 0 vote
Article Rating
Like the article? Feel free to share!
Subscribe
Notify of
guest
0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments
0
Would love your thoughts, please comment.x
()
x